สำนักงานกฎหมายและที่ปรึกษาธุรกิจ จังหวัดชัยภูมิ รับงานทั่วราชอาณาจักรติดต่อสำนักงาน 080-056-9475
PS⚖PS LAW AND BUSINESSLAWYERS & LEGAL ADVISORS
pslawandbusiness.com / หน้าแรก / บริการด้านกฎหมาย / ทีมฟ้องและแก้ต่างคดีอาญา

ถูกฟ้องคดีอาญา หรือเป็นผู้เสียหายที่ต้องการฟ้องอาญาเอง ควรเริ่มอย่างไร?

ไม่ว่าจะได้รับหมายเรียก ถูกแจ้งข้อหา หรือเป็นผู้เสียหายที่กำลังพิจารณาฟ้องคดีต่อศาล สิ่งสำคัญคือการตรวจสถานะทางกฎหมาย ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน ก่อนเลือกแนวทางดำเนินคดี

คดีอาญาหนึ่งเรื่องอาจมีได้มากกว่าหนึ่งเส้นทางตามกฎหมาย ผู้เสียหายที่แจ้งความแล้วคดีไม่คืบหน้าอาจพิจารณาฟ้องคดีเองต่อศาลในบางกรณีตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญา ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องเดียวกันมีสิทธิต่อสู้และเตรียมแก้ต่างของตน สองเส้นทางนี้ไม่ได้แยกกันโดยสิ้นเชิง หน้านี้จึงแยกประเด็นตามสถานะของคุณ: ผู้เสียหายที่ต้องการฟ้อง และผู้ถูกกล่าวหาที่ต้องแก้ต่าง

เส้นทางผู้เสียหาย: การฟ้องคดีอาญาเอง

จ่ายเงินมัดจำแล้วไม่ได้สินค้าหรือไม่ได้คืนเงิน ตำรวจบอกว่าเป็นแพ่ง จะฟ้องอาญาเองได้ไหม?ดูการวิเคราะห์ ↓

สถานการณ์ตัวอย่าง: ตัวอย่างเช่น คุณโอนเงินมัดจำตามสัญญาซื้อขาย เมื่อถึงกำหนดอีกฝ่ายไม่ส่งมอบและเลี่ยงการติดต่อ พอแจ้งความกลับได้รับคำตอบว่า "เป็นเรื่องแพ่ง" เพราะมีสัญญาระหว่างกัน

ปัญหา 1

โอนเงินมัดจำแล้วไม่ได้ของ จะฟ้องฉ้อโกงได้ไหม

ทางออก 1

ตรวจคำรับรองและการแสดงข้อเท็จจริงก่อนทำธุรกรรม เอกสารการโอน และพฤติการณ์หลังรับเงิน ว่ามีการหลอกลวงในขณะนั้นจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นหัวใจของการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341

ปัญหา 2

คู่กรณีบอกว่าไม่ได้โกง แค่ทำตามสัญญาไม่ทัน

ทางออก 2

การมีสัญญาไม่ได้ตัดโอกาสความรับผิดอาญาโดยอัตโนมัติ แต่ต้องแยกให้ได้ว่าเป็นการผิดสัญญาล้วน ๆ หรือมีการโกหกข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้นเพื่อให้ยอมจ่ายเงิน ไทม์ไลน์และบทสนทนาก่อนจ่ายเงินจึงเป็นหลักฐานสำคัญ

ปัญหา 3

ถ้าตำรวจมองว่าเป็นแพ่ง ผู้เสียหายฟ้องศาลอาญาเองได้หรือไม่

ทางออก 3

อาจทำได้ตามเงื่อนไข ผู้เสียหายต้องเคยแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว และพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง จึงอาจเป็นโจทก์ฟ้องเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 28 โดยศาลอาจสั่งไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา 162 ก่อนรับฟ้อง

เหมาะกับใคร

ผู้ซื้อ ผู้วางมัดจำ และผู้ประกอบการที่ทำธุรกรรมแล้วอีกฝ่ายไม่ทำตาม พร้อมมีเหตุให้สงสัยว่าถูกหลอกตั้งแต่ต้น

ข้อโต้แย้งที่พบบ่อย

มีสัญญาเซ็นกันอยู่แล้ว แบบนี้จะเป็นคดีฉ้อโกงได้จริงหรือ — เอกสารสัญญาไม่ได้ปิดประตูความรับผิดอาญา ถ้าพิสูจน์ได้ว่าอีกฝ่ายใช้ข้อความเท็จให้หลงเชื่อตั้งแต่ก่อนทำสัญญา แต่ในทางกลับกัน การรู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นเรื่องหนี้ตามสัญญาล้วน การฟ้องอาญาอาจไม่ยั่งยืนและมีความเสี่ยง จึงต้องประเมินจากหลักฐานจริงก่อนยื่น

หลักฐานที่ควรเก็บรักษา

  • สัญญา ใบเสนอราคา และเอกสารก่อนทำธุรกรรม
  • หลักฐานการโอนเงินทุกครั้งพร้อมวันเวลา
  • บทสนทนาก่อนและหลังจ่ายเงิน โดยเฉพาะคำรับรอง
  • ไทม์ไลน์การติดต่อทวงถามและการเลี่ยงตัว

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ป.อ. ม.341 (ฉ้อโกง) · ป.วิ.อ. ม.28, 162 · ป.อ. ม.96 (ความผิดต่อส่วนตัวร้องทุกข์ 3 เดือน)

ฝากรถหรือให้คนอื่นดูแลทรัพย์สินแล้วไม่คืน เขากำลังยักยอกหรือแค่ผิดสัญญา?ดูการวิเคราะห์ ↓

สถานการณ์ตัวอย่าง: ตัวอย่างเช่น คุณฝากรถหรือเครื่องจักรไว้กับคนรู้จักเพื่อใช้งานชั่วคราว พอขอคืนกลับถูกเลื่อนนัดหลายครั้ง และภายหลังพบว่าทรัพย์ถูกนำไปใช้หรือโอนต่อโดยไม่บอก

ปัญหา 1

ทรัพย์ที่ฝากไว้ไม่ถูกคืน เริ่มจากอะไร

ทางออก 1

ตรวจข้อตกลงการฝาก ว่าผู้รับฝากมีหน้าที่คืนหรือไม่ ใครเป็นผู้ครอบครองจริงล่าสุด และมีการนำไปใช้หรือจำหน่ายต่อเมื่อใด การยักยอกตาม ป.อ. ม.352 ต้องพิสูจน์การเบียดบังทรัพย์ที่ได้มาโดยสุจริตให้เป็นของตนเอง

ปัญหา 2

อีกฝ่ายอ้างว่าทรัพย์เป็นของเขา จะโต้อย่างไร

ทางออก 2

ใช้เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง ใบรับฝาก ข้อความยืนยันการฝาก และพยาน ชี้ให้เห็นว่าการรับทรัพย์มานั้นเป็นการฝากฝัง ไม่ใช่การโอนกรรมสิทธิ์

ปัญหา 3

ยักยอกกับผิดสัญญาต่างกันตรงไหน ควรฟ้องอาญาหรือแพ่ง

ทางออก 3

การยักยอกต้องมีการรับมาโดยสุจริตตามข้อตกลงแล้วเบียดบังเป็นของตน ต่างจากลูกหนี้ที่ไม่ชำระหนี้ตามสัญญาซึ่งเป็นแพ่งล้วน การแยกให้ถูกกำหนดว่าจะฟ้องอาญา แพ่ง หรือทั้งสองทาง

เหมาะกับใคร

เจ้าของหรือผู้มีสิทธิครอบครองรถยนต์ เครื่องจักร อุปกรณ์ และทรัพย์อื่นที่ฝากผู้อื่นดูแลแล้วไม่ถูกคืน

ข้อโต้แย้งที่พบบ่อย

ให้ยืมเงินแล้วไม่คืนก็ถือเป็นยักยอกได้ไหม — โดยหลักไม่ใช่ การไม่ชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเป็นการผิดสัญญาแพ่ง การยักยอกต้องเป็นการเบียดบังทรัพย์ที่รับมาดูแลหรือจัดการตามข้อตกลง สองเรื่องนี้มีองค์ประกอบต่างกันและกำหนดเส้นทางคดีต่างกัน

หลักฐานที่ควรเก็บรักษา

  • เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองทรัพย์
  • ใบรับฝากหรือข้อความยืนยันการฝาก
  • บันทึกการทวงถามและการเลื่อนนัดคืน
  • หลักฐานการนำทรัพย์ไปใช้หรือจำหน่ายต่อ

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ป.อ. ม.352 (ยักยอก) · ป.วิ.อ. ม.28, 162

ข้างบ้านล้อมรั้วเข้ามาในที่ดิน แต่บอกว่าพื้นที่เป็นของเขา จะฟ้องบุกรุกได้หรือไม่?ดูการวิเคราะห์ ↓

สถานการณ์ตัวอย่าง: ตัวอย่างเช่น กลับไปดูที่ดินที่ปล่อยว่าง พบว่ามีการย้ายรั้วเข้ามาในเขตแปลง และฝั่งข้างเคียงอ้างว่าเขตเก่าของตนครอบคลุมพื้นที่นั้นมาตลอด

ปัญหา 1

รั้วถูกย้ายเข้ามา เริ่มตรวจจากอะไร

ทางออก 1

ตรวจหลักเขตจากโฉนดหรือเอกสารสิทธิ์ เทียบกับการรังวัด ภาพถ่ายย้อนหลัง และพยานที่เคยเห็นเขตเดิม การบุกรุกตาม ป.อ. ม.362 ต้องเป็นการเข้าครอบครองหรือทำให้เสียการครอบครองโดยไม่มีสิทธิ

ปัญหา 2

อีกฝ่ายอ้างสิทธิ์ของตนเองด้วย จะจัดการอย่างไร

ทางออก 2

เมื่อมีการอ้างสิทธิ์สวนกัน เรื่องจะมีทั้งแง่แพ่งเรื่องเขตที่ดินและแง่อาญาเรื่องการเข้าครอบครองโดยไม่ชอบ ต้องแยกประเด็นให้ชัดว่าการเข้ามาเกิดขึ้นจริงอย่างไรและมีเอกสารอ้างอิงใด

ปัญหา 3

อยากได้ที่ดินคืนพร้อมรั้วที่ถูกต้อง ต้องทำอะไรบ้าง

ทางออก 3

การได้ที่ดินคืนเป็นทางแพ่ง เช่น ฟ้องเรียกคืนการครอบครอง ส่วนอาญาเป็นเรื่องการลงโทษผู้บุกรุก สองทางนี้เดินคู่กันได้และต้องเตรียมหลักฐานต่างกัน

เหมาะกับใคร

เจ้าของที่ดิน ผู้มีสิทธิครอบครอง กิจการและโรงงานที่มีที่ดินหรืออาคารถูกรุกล้ำเขต

ข้อโต้แย้งที่พบบ่อย

มีโฉนดแล้วถือว่าชนะคดีบุกรุกทันทีไหม — ไม่ใช่ทันที โฉนดเป็นหลักฐานสำคัญของสิทธิ แต่การบุกรุกต้องพิสูจน์การเข้าครอบครองโดยไม่มีสิทธิจริง และอีกฝ่ายอาจมีเอกสารหรือข้ออ้างของตน ศาลจะชั่งน้ำหนักหลักฐานทั้งหมด

หลักฐานที่ควรเก็บรักษา

  • โฉนดหรือเอกสารสิทธิ์และแผนที่รังวัด
  • ภาพถ่ายรั้ว/หลักเขตเดิมและปัจจุบันพร้อมวันเวลา
  • หนังสือแจ้งเตือนฝ่ายครอบครอง
  • พยานที่รู้เห็นเขตเดิมหรือเหตุการณ์

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ป.อ. ม.362 (บุกรุก) · ทางแพ่ง: การเรียกคืนการครอบครอง

มีคนทำรถหรือเครื่องจักรเสียหาย แต่บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ มีหลักฐานแค่กล้องวงจรปิดดูการวิเคราะห์ ↓

สถานการณ์ตัวอย่าง: ตัวอย่างเช่น รถหรืออุปกรณ์ของคุณถูกทำให้เสียหายในลานจอด กล้องวงจรปิดเห็นเหตุการณ์บางส่วน แต่ฝ่ายนั้นอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุและไม่มีเจตนาทำลาย

ปัญหา 1

ทรัพย์ถูกทำเสียหาย เริ่มเก็บอะไรก่อน

ทางออก 1

รักษาไฟล์วิดีโอต้นฉบับให้ครบช่วงเวลา ถ่ายภาพความเสียหายพร้อมประเมินมูลค่า และรวบรวมพยาน เหตุทำลายทรัพย์ตาม ป.อ. ม.358 ต้องพิสูจน์การทำให้เสียหายหรือทำให้เสียประโยชน์โดยมีเจตนา

ปัญหา 2

กล้องวงจรปิดเห็นไม่ครบทุกจังหวะ จะเสียเปรียบไหม

ทางออก 2

ไม่จำเป็น วิดีโอเป็นหลักฐานชิ้นหนึ่งที่ต้องประกอบด้วยพยานบุคคล ภาพถ่าย และคำอธิบายเหตุการณ์ของฝ่ายที่กล่าวอ้างว่าไม่ตั้งใจ ศาลชั่งน้ำหนักความน่าเชื่อถือรวมกัน

ปัญหา 3

อยากได้ค่าซ่อมคืน ต้องฟ้องแบบไหน

ทางออก 3

ค่าเสียหายเป็นทางแพ่งที่เรียกได้จากผู้ทำให้เสียหาย ส่วนความผิดอาญาเรื่องทำลายทรัพย์เดินคนละทาง อาจดำเนินคู่กันโดยแยกเป้าหมายให้ชัด

เหมาะกับใคร

เจ้าของรถยนต์ บ้านเรือน อาคาร เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ถูกทำให้เสียหาย

ข้อโต้แย้งที่พบบ่อย

มีแค่กล้องวงจรปิดพอไหม — วิดีโอมีน้ำหนักแต่ไม่ใช่หลักฐานเดียวที่ชี้ขาด ต้องดูความชัดเจน ความต่อเนื่อง และหลักฐานสนับสนุนอื่น ทั้งนี้ไม่มีกฎว่าภาพถ่ายหน้าจอต้องมีทนายรับรองเสมอ แต่ต้นฉบับที่ตรวจสอบได้มีความน่าเชื่อถือสูงกว่า

หลักฐานที่ควรเก็บรักษา

  • ไฟล์วิดีโอต้นฉบับตามช่วงเวลาเหตุการณ์
  • ภาพถ่ายความเสียหายและใบประเมินค่าซ่อม
  • ประวัติการใช้งานและมูลค่าทรัพย์ก่อนเสียหาย
  • พยานที่อยู่ในเหตุการณ์หรือพบสภาพหลังเกิดเหตุ

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ป.อ. ม.358 (ทำลายทรัพย์) · ทางแพ่ง: ละเมิดเรียกค่าสินไหม

ถูกแจ้งความว่าขโมยทรัพย์ ทั้งที่ไม่ได้ทำผิด เมื่อคดีเดิมจบจะฟ้องกลับได้ไหม?ดูการวิเคราะห์ ↓

สถานการณ์ตัวอย่าง: ตัวอย่างเช่น คุณถูกกล่าวหาว่านำทรัพย์ของผู้อื่นไป ทั้งที่ความจริงคือการใช้งานตามที่เจ้าของรู้เห็น คดีดำเนินไประยะหนึ่งแล้วจบลงโดยไม่มีการลงโทษคุณ

ปัญหา 1

ถูกกล่าวหาเรื่องที่ไม่จริง ต้องดำเนินการอย่างไร

ทางออก 1

รวบรวมหลักฐานความจริงทั้งหมดตั้งแต่แรก ทั้งเอกสาร ข้อความ และพยาน พร้อมติดตามสถานะคดีเดิมอย่างใกล้ชิด เพราะผลของคดีนั้นส่งผลต่อทางเลือกของคุณภายหลัง

ปัญหา 2

คดีเดิมจบโดยที่คุณไม่ถูกลงโทษ แปลว่าอะไร

ทางออก 2

การที่คดีจบโดยไม่มีการลงโทษมีได้หลายเหตุ เช่น หลักฐานไม่เพียงพอหรือพฤติการณ์ไม่เข้าองค์ประกอบ ซึ่งไม่เท่ากับการยืนยันว่าอีกฝ่ายแจ้งเท็จโดยรู้เท่าถึงการเป็นเท็จ

ปัญหา 3

อยากฟ้องกลับ ต้องมีอะไรบ้าง

ทางออก 3

การแจ้งความเท็จตาม ป.อ. ม.137 ต้องพิสูจน์ว่าผู้แจ้งรู้อยู่แล้วว่าข้อความเท็จและมีเจตนาให้คุณได้รับโทษ ต้องเทียบคำแจ้งกับหลักฐานความจริงและพฤติการณ์ของผู้แจ้งก่อนตัดสินใจ

เหมาะกับใคร

ผู้ต้องหา จำเลย และผู้ที่คดีจบแล้วแต่เชื่อว่าถูกกล่าวหาเท็จโดยเจตนา

ข้อโต้แย้งที่พบบ่อย

คดีเดิมจบมาแล้ว ถือว่าพิสูจน์ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายแจ้งเท็จหรือไม่ — ไม่ใช่ทันที ผลคดีหนึ่งไม่สรุปแทนอีกคดี ต้องพิสูจน์เจตนาของผู้แจ้งแยกต่างหาก การรีบฟ้องโดยไม่มีหลักฐานเจตนาอาจทำให้คุณเสียเปรียบและเสียสิทธิ

หลักฐานที่ควรเก็บรักษา

  • คำร้องทุกข์และคำให้การในคดีเดิม
  • เอกสารและข้อความที่พิสูจน์ความจริงของเรื่อง
  • คำพิพากษาหรือคำสั่งยุติคดีเดิม
  • หลักฐานพฤติการณ์ของผู้แจ้งก่อนและหลังแจ้งความ

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ป.อ. ม.137 (แจ้งความเท็จ) · ป.วิ.อ. ขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

เส้นทางผู้ถูกกล่าวหา: การสอบสวนและแก้ต่าง

ถูกจับคดียาเสพติด แต่ไม่รู้ว่าถูกกล่าวหาว่าครอบครอง จำหน่าย หรือร่วมกระทำผิดดูการวิเคราะห์ ↓

สถานการณ์ตัวอย่าง: ตัวอย่างเช่น คุณถูกควบคุมตัวพร้อมสิ่งของที่อ้างว่าเป็นยาเสพติด และมีการกล่าวถึงชื่อคุณในข้อความโทรศัพท์ของผู้อื่น โดยที่คุณยังไม่ทราบว่าข้อหาที่แท้จริงคืออะไร

ปัญหา 1

ถูกควบคุมตัวแล้ว สิ่งแรกที่ต้องรู้คืออะไร

ทางออก 1

ขอทราบข้อกล่าวหาและสิทธิของคุณในการติดต่อทนายหรือผู้ใกล้ชิด ตรวจบันทึกการจับกุมและการค้นว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และอย่าให้ปากคำสาระสำคัญก่อนเข้าใจข้อกล่าวหา

ปัญหา 2

มีการกล่าวถึงชื่อเราในแชทของคนอื่น จะเสียเปรียบไหม

ทางออก 2

การปรากฏชื่อในข้อความไม่ใช่หลักฐานแห่งความผิดโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจว่าพฤติการณ์จริงของคุณเชื่อมโยงกับการกระทำผิดอย่างไร และมีบทบาทใดตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่

ปัญหา 3

คดีไปถึงขั้นอัยการ เตรียมอะไรต่อ

ทางออก 3

เตรียมคำให้การที่สอดคล้องกับหลักฐาน รวบรวมพยานหลักฐานแสดงพฤติการณ์จริง และตรวจสิทธิขอปล่อยชั่วคราวตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยไม่มีการรับประกันผล

เหมาะกับใคร

ผู้ต้องหา จำเลย และครอบครัวของผู้ถูกดำเนินคดียาเสพติด

ข้อโต้แย้งที่พบบ่อย

อยู่ในที่เกิดเหตุหรือถูกพูดถึงในแชท ถือว่าผิดทันทีไหม — ไม่ใช่ กฎหมายพิจารณาการกระทำและเจตนาของแต่ละบุคคลจากหลักฐาน ไม่ใช่จากการเป็นเพียงผู้อยู่ในเหตุการณ์หรือชื่อที่ปรากฏ

หลักฐานที่ควรเก็บรักษา

  • บันทึกการจับกุมและการค้น พร้อมทวงสอบรายละเอียด
  • ข้อมูลการตรวจสอบสิ่งของที่อ้างว่าเป็นยาเสพติด
  • พยานหลักฐานแสดงพฤติการณ์และกิจกรรมจริงของคุณ
  • ข้อความหรือเอกสารที่ถูกอ้าง ในรูปแบบต้นฉบับ

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ประเภทความผิดตามจำนวนและชนิด) · สิทธิตาม ป.วิ.อ. ระหว่างการสอบสวน

เกิดเหตุทะเลาะวิวาท แล้วถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่า ทั้งที่โต้แย้งเรื่องเจตนาดูการวิเคราะห์ ↓

สถานการณ์ตัวอย่าง: ตัวอย่างเช่น มีการต่อสู้กันระหว่างเมาแล้ว อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัส และคุณถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่า ทั้งที่คุณอ้างว่าป้องกันตัวและไม่ได้มีเจตนาฆ่า

ปัญหา 1

ถูกแจ้งข้อหาหนักกว่าที่คิด เริ่มจากอะไร

ทางออก 1

อ่านคำฟ้องหรือคำร้องทุกข์ให้เข้าใจว่าอัยการหรือผู้เสียหายอ้างเจตนาอย่างไร เทียบกับลำดับเหตุการณ์ ผลชันสูตร และพยานที่เห็นจริง เพราะเจตนาเป็นหัวใจของความผิดฐานพยายามฆ่า

ปัญหา 2

พยานสองฝ่ายเล่าไม่ตรงกัน จะทำอย่างไร

ทางออก 2

จัดไทม์ไลน์จากหลักฐานกลาง เช่น ภาพกล้องวงจรปิด บันทึกการแพทย์ และตำแหน่งบาดแผล เพื่อทดสอบความน่าเชื่อถือของคำพยานแต่ละฝ่าย

ปัญหา 3

ถึงชั้นศาล ต้องเตรียมแนวไหน

ทางออก 3

เตรียมประเด็นโต้แย้งเจตนาและข้อเท็จจริงที่ยังเป็นข้อพิพาท พร้อมพยานหลักฐานสนับสนุนที่ตรวจสอบได้ และประเมินข้อกฎหมายเรื่องการป้องกันตัวหากมีมูล

เหมาะกับใคร

ผู้ต้องหา จำเลย และครอบครัวในคดีความผิดต่อชีวิตและร่างกาย

ข้อโต้แย้งที่พบบ่อย

บอกว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่า ก็พอแล้วไหม — ไม่พอ เจตนาอนุมานได้จากพฤติการณ์ภายนอก เช่น อาวุธที่ใช้ จำนวนแผล และลำดับเหตุ การโต้แย้งจึงต้องอยู่บนหลักฐาน ไม่ใช่คำกล่าวอ้างลอย ๆ

หลักฐานที่ควรเก็บรักษา

  • ใบรับรองแพทย์และผลชันสูตรของทั้งสองฝ่าย
  • ภาพกล้องวงจรปิดหรือภาพถ่ายจากที่เกิดเหตุ
  • ไทม์ไลน์เหตุการณ์จากพยานกลาง
  • บันทึกการสอบปากคำทุกฉบับ

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ป.อ. ม.288–292 (ฆ่าผู้อื่น/พยายามฆ่า) · ป.อ. ม.68 (ป้องกันตัว) ตามเงื่อนไข

บัญชีธนาคารหรือคริปโตถูกตรวจสอบ และถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินดูการวิเคราะห์ ↓

สถานการณ์ตัวอย่าง: ตัวอย่างเช่น คุณได้รับโอนเงินจากลูกค้าหลายรายแล้วมีบัญชีถูกอายัดชั่วคราว มีการอ้างว่าเงินบางส่วนเชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมายของผู้อื่น

ปัญหา 1

บัญชีถูกตรวจสอบ ต้องทำอย่างไรก่อน

ทางออก 1

รวบรวมที่มาของเงินทุกรายการ สัญญา ใบเสร็จ และความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่อธิบายได้ เพื่อแสดงว่าเงินไหลเข้ามาจากกิจกรรมอันชอบด้วยกฎหมายจริง

ปัญหา 2

มีหลายการโอนและหลายคนพัวพัน ตำแหน่งของเราคืออะไร

ทางออก 2

ความผิดฟอกเงินพิจารณาการรับ โอน หรือช่วยเหลือทรัพย์ที่รู้ว่าได้มาจากความผิด บทบาทจริงและความรู้ของแต่ละคนจึงเป็นประเด็นชี้ขาด ไม่ใช่จำนวนรายการ

ปัญหา 3

ทรัพย์ถูกอายัด จะทำอะไรได้

ทางออก 3

มีกระบวนการตามกฎหมายฟอกเงินสำหรับการคัดค้านการอายัดและขอคลายมาตรการในบางเงื่อนไข ซึ่งต้องดำเนินการถูกทางและไม่มีการรับประกันผล

เหมาะกับใคร

ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของบัญชี ผู้ประกอบการที่รับโอนเงินจำนวนมาก และผู้ที่ทรัพย์ถูกตรวจสอบ

ข้อโต้แย้งที่พบบ่อย

ได้รับเงินโอนที่ต่อมาถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกง ถือว่าผิดฟอกเงินทันทีไหม — ไม่ใช่ทันที ต้องพิสูจน์ว่าผู้รับรู้ว่าเงินนั้นได้มาจากความผิดฐานใดแล้วยังรับหรือส่งต่อ ผู้รับโดยสุจริตที่อธิบายที่มาได้มีแนวโต้แย้ง

หลักฐานที่ควรเก็บรักษา

  • เอกสารธุรกิจและสัญญาที่อธิบายการรับเงิน
  • รายการบัญชีครบถ้วนพร้อมที่มาของแต่ละรายการ
  • ประวัติความสัมพันธ์กับผู้โอน
  • ข้อมูลการใช้จ่ายหรือการส่งต่อเงิน

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ความรู้และการกระทำต่อทรัพย์)

ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ เพราะทำธุรกิจจัดหาหรือดูแลแรงงานดูการวิเคราะห์ ↓

สถานการณ์ตัวอย่าง: ตัวอย่างเช่น ธุรกิจจัดหาแรงงานหรือดูแลกลุ่มลูกจ้างของคุณถูกตรวจสอบ โดยมีการอ้างว่าบางส่วนของกระบวนการเข้าข่ายการค้ามนุษย์เพราะมีผู้ถูกจ้างที่อยู่ในสภาพเปราะบาง

ปัญหา 1

ถูกตรวจสอบ ต้องตรวจอะไรก่อน

ทางออก 1

ตรวจสัญญาจ้าง วิธีการจัดหา การจ่าigเงิน และเงื่อนไขการทำงานจริงของทุกคน ว่ามีการใช้แรงงานโดยไม่สมัครใจหรือใช้ประโยชน์จากสภาพเปราะบางจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของความผิด

ปัญหา 2

มีพนักงานหรือคนกลางหลายฝ่ายถูกกล่าวหาด้วย บทบาทเราต่างกันอย่างไร

ทางออก 2

ความรับผิดพิจารณารายบุคคลจากการกระทำและความรู้ของแต่ละคน การเป็นนายจ้างหรือผู้จัดการเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ความผิดโดยอัตโนมัติ

ปัญหา 3

มีผู้เสียหายหรือพยานที่ต้องระวัง ต้องทำอย่างไร

ทางออก 3

หลีกเลี่ยงการติดต่อหรือกดดันผู้เสียหายและพยานโดยเด็ดขาด ดำเนินการผ่านช่องทางกฎหมายเท่านั้น เพราะการพยายามจัดการเองอาจกลายเป็นความผิดเพิ่ม

เหมาะกับใคร

ผู้ประกอบการที่ถูกกล่าวหา ผู้บริหาร และบุคคลในสายการจัดหาหรือดูแลแรงงาน

ข้อโต้แย้งที่พบบ่อย

เป็นนายจ้างหรือผู้จัดการ ถือว่าร่วมค้ามนุษย์เลยไหม — ไม่ใช่ กฎหมายดูการกระทำและความรู้ของแต่ละคน เช่น มีการใช้แรงงานบังคับ ฉ้อโกงในการจัดหา หรือใช้ประโยชน์จากความเปราะบางจริงหรือไม่ ต้องตรวจจากเอกสารและพฤติการณ์จริง

หลักฐานที่ควรเก็บรักษา

  • สัญญาจ้างและเอกสารการจัดหาแรงงานทุกฉบับ
  • ทะเบียนการจ่ายค่าตอบแทนและเงื่อนไขการทำงาน
  • บันทึกการติดต่อกับลูกจ้างและคนกลาง
  • ข้อมูลกระบวนการทำงานที่ตรวจสอบย้อนหลังได้

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.282 และกฎหมายป้องกันการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวข้อง

ถูกกล่าวหาความผิดทางเพศ หรือทำร้ายร่างกายสาหัส โดยข้อเท็จจริงยังขัดแย้งกันดูการวิเคราะห์ ↓

สถานการณ์ตัวอย่าง: ตัวอย่างเช่น มีการกล่าวหาว่าคุณกระทำผิดทางเพศต่ออีกฝ่ายโดยมีเพียงคำให้การทางเดียว หรือคดีทะเลาะที่มีผู้บาดเจ็บสาหัสโดยไม่ชัดว่าใครเป็นคนเริ่มและเจตนาระดับใด

ปัญหา 1

ถูกกล่าวหาความผิดทางเพศ เริ่มจากอะไร

ทางออก 1

ตรวจไทม์ไลน์ทั้งหมด ข้อความก่อนหลังเหตุการณ์ หลักฐานทางนิติเวช (ถ้ามี) และความสัมพันธ์จริงระหว่างกัน เพราะคำให้การทางเดียวไม่ใช่หลักฐานชี้ขาดเสมอไป แต่การโต้ต้องมีหลักฐานรองรับ

ปัญหา 2

ไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์ คดีจะไปต่อได้ไหม

ทางออก 2

ได้ ศาลพิจารณาได้จากหลักฐานพัสดุ เช่น ผลตรวจทางการแพทย์ ข้อความ พฤติการณ์หลังเหตุ และความน่าเชื่อถือของคำให้การทั้งสองฝ่าย การเตรียมคำให้การที่สม่ำเสมอจึงสำคัญ

ปัญหา 3

คดีทำร้ายสาหัสที่เหตุการณ์ขัดแย้งกัน ทำอย่างไร

ทางออก 3

แยกประเด็นว่าใครเป็นผู้เริ่ม มีการใช้กำลังเกินสมควรหรือไม่ และผลการรักษาสัมพันธ์กับการกระทำอย่างไร โดยใช้หลักฐานกลาง เช่น กล้องวงจรปิด ใบแพทย์ และพยานกลาง

เหมาะกับใคร

ผู้ต้องหาและจำเลยในคดีความผิดทางเพศและความผิดต่อร่างกายสาหัส รวมถึงครอบครัว

ข้อโต้แย้งที่พบบ่อย

บาดแผลสาหัสแปลว่าเราเป็นฝ่ายผิดทันทีไหม — ไม่ใช่ ความร้ายแรงของบาดแผลแสดงผลของการกระทำ แต่ไม่แสดงว่าใครเริ่มก่อนหรือมีเจตนาระดับใด ต้องพิสูจน์จากลำดับเหตุการณ์และหลักฐานทั้งหมด และไม่มีการรับประกันว่าข้อกล่าวหาจะเบาลง

หลักฐานที่ควรเก็บรักษา

  • ไทม์ไลน์เหตุการณ์และความสัมพันธ์ก่อนหลังเหตุ
  • ข้อความสนทนาก่อนและหลังวันเหตุการณ์
  • หลักฐานทางการแพทย์/นิติเวชที่เกี่ยวข้อง
  • พยานกลางหรือภาพกล้องวงจรปิดจากพื้นที่ใกล้เคียง

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ป.อ. หมวดความผิดล่วงประเวณีและความผิดต่อร่างกาย (ตามข้อกล่าวหาเฉพาะราย) · ม.68 ป้องกันตัวตามเงื่อนไข

OUR APPROACH

ตรวจข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ก่อนเลือกแนวทางฟ้องหรือแก้ต่างคดีอาญา

ข้อเท็จจริง → พยานหลักฐาน → องค์ประกอบความผิด → ทางเลือกตามกระบวนการ

01

ข้อเท็จจริง — เรียงลำดับเหตุการณ์และผู้เกี่ยวข้อง

02

พยานหลักฐาน — ตรวจว่ามีอะไร ขาดอะไร ตรวจสอบได้หรือไม่

03

องค์ประกอบความผิด — เทียบข้อกล่าวหากับหลักกฎหมายทีละข้อ

04

ทางเลือกตามกระบวนการ — ร้องทุกข์ อุทธรณ์ ฟ้องเอง หรือแก้ต่าง

คำถามที่พบบ่อย

ต้องมีทนายไหมจึงจะฟ้องอาญาเองหรือแก้ต่างได้

กฎหมายไม่บังคับว่าทุกกรณีต้องมีทนาย ผู้เสียหายและจำเลยจำนวนมากดำเนินการบางขั้นเองได้ แต่การฟ้องเองต้องร่างคำฟ้องให้ครบองค์ประกอบตาม ป.วิ.อ. ม.158 และผ่านไต่สวนมูลฟ้อง ม.162 ส่วนการแก้ต่างมีขั้นตอนที่ผิดพลาดแล้วแก้ยาก ทนายจึงช่วยลดความเสี่ยงได้มากในหลายคดี

ฟ้องศาลเองเร็วกว่ารอตำรวจ-อัยการเสมอไหม

ไม่เสมอไป การฟ้องเองมีเงื่อนไขเบื้องต้นคือต้องแจ้งความแล้วและอัยการสั่งไม่ฟ้อง และศาลอาจสั่งไต่สวนมูลฟ้องก่อน ระยะเวลาจริงขึ้นกับความพร้อมของหลักฐานและสภาพคดี ไม่มีกฎคงที่ว่าทางใดเร็วกว่าเสมอ

คดีอาญาทุกเรื่องมีกำหนดร้องทุกข์ 3 เดือนไหม

ไม่ใช่ทุกเรื่อง กำหนด 3 เดือนตาม ป.อ. ม.96 เฉพาะความผิดต่อส่วนตัวที่ต้องร้องทุกข์ ส่วนความผิดที่เป็นการกระทำผิดต่อส่วนได้หรือมหาชนมีกฎเฉพาะ และอายุความดำเนินคดีตาม ม.95 แตกต่างกันตามความผิด ต้องตรวจฐานความผิดของแต่ละเรื่อง

ชนะคดีอาญาแล้วได้ค่าสินไหมทดแทนอัตโนมัติไหม

ไม่อัตโนมัติ คำพิพากษาอาญาอาจเป็นฐานให้เรียกค่าเสียหายแพ่งได้ในหลายกรณี แต่ต้องดำเนินการตามกฎหมายแพ่ง และการได้รับเงินจริงขึ้นกับทรัพย์สินของคู่กรณี

ทีมทนายความ

นายสามารถ เพ็งแจ่ม
นายสามารถ เพ็งแจ่มทนายความ · เลขที่ใบอนุญาตให้เป็นทนายความ 370/2563

ให้บริการด้านกฎหมายและดำเนินงานตามกรอบวิชาชีพ โดยพิจารณาประเด็นและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

ดูประวัติทนายความ ↗

ทีมที่เกี่ยวข้อง

หมิ่นประมาทออนไลน์ · ทนายแก้ต่างคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ · การแจ้งความดำเนินคดีอาญา · คดีแพ่ง

อ้างอิงกฎหมายที่ตรวจสอบแล้ว: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญา มาตรา 28, 123(1), 162 และ 165 / ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 และ 96 — การใช้บังคับกับคดีจริงต้องตรวจข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี และเนื้อหานี้รอการทบทวนโดยทนายผู้รับผิดชอบ
LET’S TALK

เมื่อมีข้อกฎหมายที่ต้องตัดสินใจ

ติดต่อสำนักงานเพื่อแจ้งรายละเอียด และนัดหมายพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางดำเนินการ

ช่องทางติดต่อสำนักงาน ↗
☎ โทรหาสำนักงาน✉ ติดต่อเรา